I need you, I want you, I love you, I miss you.

11

มันจะดีกว่ามั้ย ถ้าคุณได้คบกับคนอื่น.. ระหว่างที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน?
นั่นคือสิ่งที่คุณอยากทำเหรอ
ไม่
งั้นพูดขึ้นมาทำไม
เพราะฉันไม่อยากให้คุณรู้สึกว่า
คุณไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม
ระหว่างที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน

หนังเรื่องนี้โปสเตอร์ดึงดูดใจเรามาสักพักจนในที่สุดก็หามาดูจนได้
แล้วพอได้ดูไปสักพักก็นึกขึ้นได้ว่า อ้าวเราเคยดูหนังเรื่องนี้นี่นา
คุ้นๆว่า ให้ความรู้สึกคล้ายกับ Blue Valentine หน่อยๆ คือเป็นหนังรัก ที่ไม่ได้มีแค่ความรัก เพราะแค่รักอย่างเดียวมันไม่สามารถคงอยู่ได้

เป็นหนังรักที่กระอักกระอ่วน
อาจพูดไม่ได้เต็มปากว่าสนุก
แต่เป็นหนังรักที่ดี

นอกจากความไม่รักแล้ว
ความเหงา และความรู้สึกโดดเดี่ยว
ก็เป็นสิ่งที่บั่นทอนความรู้สึกอย่างร้ายกาจ

blue valentine.

วันนี้นึกอยากดูหนังรักแบบปลงๆ
ตอนแรกลังเลระหว่าง Liberal Arts กับ Blue Valentine.
สุดท้ายอันหลังก็ชนะ

อยากดึงตัวเองกลับมา
ว่าอย่าเป็นคนที่เชื่อในอนาคตมากนัก
สิ่งที่เคยเกิดขึ้นแล้วคืออดีต และสิ่งที่เราอยู่ตอนนี้คือปัจจุบัน
อย่าเอาตัวเอง ไปผูกติดไว้กับใคร

ดูคราวนี้ ไม่รู้ยังไงแต่จะร้องไห้
ทั้งที่ตอนดูครั้งแรกกับครั้งที่สอง แค่รู้สึกนอยๆแล้วก็อึ้งนิดหน่อยกับตอนจบในครั้งแรก
แต่คราวนี้จะร้องไห้

ดีนเปลี่ยนไป ซินดี้เองก็รู้สึกอยู่แล้วว่าเริ่มเบื่อ แล้วมันก็เริ่มน่าเบื่อเมื่อดีนรู้สึกถึงความรู้สึกซินดี้
ทำให้เค้ายิ่งทำตัวน่าเบื่อ จนซินดี้ทนไม่ไหว
ต่างฝ่ายต่างสนับสนุนให้อีกฝ่ายออกห่าง
..

แต่ความรู้สึกก็เป็นเรื่องที่บังคับไม่ได้อยู่ดี
โดยเฉพาะกับความรู้สึกรักที่อารมณ์มาเป็นหลักและไม่มีเหตุผลใดใดสนับสนุน
ไม่สามารถบอกได้ว่าใครผิด อาจจะผิดทั้งคู่ หรือไม่มีคนผิดเลย
แต่มันก็อาจจะไม่สำคัญ ผลลัพธ์ยังไงก็อาจจะออกมาเหมือนเดิมตราบที่ทั้งคู่ยังเป็นเช่นที่ตนคิดว่าถูก

นอกจากประโยคเด็ดที่ว่า
‘เราจะเชื่อความรู้สึกตัวเองได้ยังไง ในเมื่อมันเปลี่ยนไปง่ายๆได้แบบนั้น’

มาครั้งนี้เราสตั๊นกับคำพูดคุณย่าอีกอัน
ตอนที่ซินดี้ถามว่ารู้สึกตกหลุมรักกับปู่มั้ย มันเป็นยังไง
แล้วย่าบอกว่า
โอ.. นึกไม่ออกเลย
อาจจะมีช่วงแรก แต่นึกถึงความรู้สึกนั้นไม่ออกเลย

‘หลานต้องระวังตัวคนที่หลานตกหลุมรักด้วย
ต้องมีคุณค่าสำหรับหลาน’

ดีนมีข้อดีตรงไม่มีคนอื่น และมีความรักที่แท้จริงให้ซินดี้
แต่แค่รักอย่างเดียวมันไม่พอ
ตราบที่ไม่ทำให้อีกฝ่ายตกหลุมรักได้ด้วย
หลายสิ่งหลายอย่าง คำพูด ความใส่ใจ เวลา การพัฒนาตัวเอง
มันเป็นสิ่งเล็กน้อยที่สำคัญหมด
ถามว่าซินดี้ผิดมั้ย
เราเชื่อว่าครั้งแรก ซินดี้ตกหลุมรักดีนจริงๆ
แต่แค่เวลาเปลี่ยน คนเปลี่ยน
แล้วถ้าดีนไม่เหมือนเดิม ซินดี้ก็อาจจะแค่รักดีนคนเดิม ที่ไม่ใช่คนนี้

moneyball

ช่วงนี้เราเครียดสะสมมาก รู้ตัวได้เลย ทั้งเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว
วันนี้ได้ไปเจอเพื่อน จากปกติก็จะเที่ยวเฉยๆแต่วันนี้ก็ยังเก็บเรื่องนู้นนี้มาคิดมากอีก
กลายเป็นคนนอนไม่ค่อยหลับ ทั้งที่ปกติแค่ขึ้นรถอะไรสักอย่างก็สัปปะหงกแล้วก็ฝันเรียบร้อย

วันนี้ได้ดูหนังสองเรื่อง แต่อยากจะพูดถึงเรื่อง Moneyball
เป็นหนังเกี่ยวกับเบสบอล เกี่ยวกับกลยุทธ์ และการเปลี่ยนแปลงความเชื่อบางอย่าง
หนังดราม่าเล็กๆ เนือยนิดหน่อย แต่เราชอบมาก โดยเฉพาะตอนจบ ทั้งที่มันไม่ได้อะไรมากเท่าไหร่แต่เกือบน้ำตาซึม
“เลี้ยวกลับเลย เลี้ยวกลับเดี๋ยวนี้ พ่อไม่ใช่ตัวซวยนะ”
หลังคำนี้ทำให้เราเทใจไปทั้งหมด เอาใจช่วย ทั้งที่ปกติเราจะชอบเวลาที่หนังพลิกผันแล้วอะไรไม่เป็นดังใจต้องการ แต่กับเรื่องนี้ไม่ใช่

I’m just a little girl lost in the moment
I’m so scared but I don’t show it
I can’t figure it out
It’s bringing me down I know
I’ve got to let it go
And just enjoy the show

ช่วงนี้รู้สึกรับสารและปล่อยสารมามากเกินไป แต่กลับไม่ได้ใส่ใจกับอะไรเลยเท่าที่ควร
ต้องปรับปรุงและหาสมดุลอีกครั้ง

วันนี้ได้คุยกับแชมป์หลังจากห่างหายกันไปนาน, แชมป์โพสรูปนี้หน้าวอล

10613086_10153295732653009_4559828833082608849_n

this is kind of photo I want,
the scene, that reminds you of me 🙂

คิดถึงมาก อยากกดปุ่ม fast forward.

Awkward SS3

“ความสำเร็จยังไม่ใช่ชัยชนะ
ชัยชนะคือการเล่นเกมต่อไป
ไม่เลิกเล่น
หรือยอมให้ใครมาทำให้เรายอมแพ้

และครูต้องการให้เธอเข้าใจว่าสิ่งต่างๆ และคำวิจารณ์ทั้งหมดที่เธอเผชิญหน้า
มันทำให้เธอเป็นนักเขียนที่ดีขึ้น
เป็นคนที่ดีขึ้น
ฉะนั้นอย่าเพิ่งยอมแพ้จนกว่าจะได้เรียนรู้
อย่าเพิ่งไปไหน
เธอจะหลีกหนีตัวเองไม่ได้”

Awkward เป็นหนึ่งในซีรี่แนว coming of age ที่เราชอบมาเรื่องหนึ่ง ตัวละครทุกตัวล้วนดูเป็นเด็กที่พยายามเป็นผู้ใหญ่
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือทุกตัวละครต่างเข้าใจในความผิดของตัวเอง และยอมรับที่จะแก้ไข
มันไม่ผิดที่จะทำผิดในครั้งแรก สิ่งสำคัญคือพยายามเท่าไหร่ต่างหากที่จะดีกว่าเดิม

ช่วงนี้ชีวิตเราก็ยังต้องปรับปรุงตัวอีกมาก อาจจะอยากทำตัวเป็นเด็กบ้าง แต่ก็รู้ดีว่าพักได้แต่ยอมแพ้ไม่ได้
สู้ๆนะฝ้าย เติบโตขึ้นเรื่อยๆนะ

one day.

ก่อนหน้านั้นฉันได้มีโอกาสดูหนังเรื่องนี้กับเพื่อนมันเป็นหนังรัก แบบที่พอเดาทางตอนจบได้

ก่อนหน้านี้เราเคยได้พูดคุยกันถึงหนังเรื่องนี้
ฉันและเธอไม่ได้ดูด้วยกัน เธอไปดูมันกับเพื่อนของเธอก่อน และฉันก็ไปดูกับเพื่อนของฉัน
เราคุยกันถึงความรัก ที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นนิรันดร์

เธอบอกว่าพระเอกหล่อมาก, ใช่เลย ฉันก็คิดว่าหล่อมาก
เธอบอกว่าถ้าเธอเป็นผู้หญิง เธอก็คงจะชอบผู้ชายแบบนี้

แล้วเราก็พูดกันถึงความรักที่ยาวนาน เธอบอกว่าถ้ามันมีอยู่จริงก็คงจะดี
ฉันรู้อยู่แล้วล่ะ เธอเชื่อในรักแท้
แต่อาจจะด้วยความขวางโลกหรือคนช่างเถียงหรืออะไรก็ตามแต่
ฉันเลยบอกเธอไปว่า มันอาจจะมี แต่ลงท้ายชีวิตคงไม่ได้คู่กันหรอก สุดท้าย ถ้าเป็นเรื่องจริง นางเอกก็คงได้แต่เฝ้าฝันถึงพระเอกอยู่อย่างนั้นแหละ

วันนี้ วันที่เราไม่ได้คุยกันแล้ว ฉันได้มีโอกาสอ่านมันฉบับนิยาย
เพื่อนของฉันเคยบอกฉันว่า มันเหมือนชีวิตแกเลย
พระเอกที่รู้ตัวอยู่แล้วว่ามีอะไรดีอยู่กับตัว คนที่รู้ทุกอย่างในคุณค่าของตัวเอง
บทบรรยายตัวละคร ทำให้ฉันนึกถึงเธอจับใจ
แม้ว่าเธอจะไม่ได้กลวงขนาดนั้น แต่มันก็ทำให้ฉันนึกถึงเธออยู่ดี

และเพราะอย่างนั้น มันคงไม่เหมือนกัน เรื่องของเรา มันไม่ใช่แบบหนังหรือนิยาย
หวังว่าเราคงกลับมาคุยกันได้อีก แม้จะไม่เหมือนเดิม หรือจะเหมือนเดิม
ก็ตาม

ปล. ฉันไม่รอถึง 20 ปีแน่แน่ ไม่ต้องห่วง เพราะป่านนั้นตอนจบมันคงไม่เหมือนในนิยายแล้วล่ะ